ทัวร์ญี่ปุ่น เว็บบอร์ด

เว็บเพื่อนบ้าน

เกาะเสม็ด

 

การเมืองการปกครอง ญี่ปุ่น


 


อาคารสภานิติบัญญัติของญี่ปุ่น


    ญี่ปุ่นนอกจากเป็นประเทศ ที่น่าหลงใหลในเรื่องของธรรมชาติ และภูมิอากาศที่หนาวเย็นแล้ว ยัง มีการปกครองที่มีลักษณะคล้ายบ้านเราอีกด้วยถ้าพร้อมแล้ว ไปกัน...
    ประเทศญี่ปุ่นมีการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบเสรี ซึ่งอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยมีสมเด็จพระจักรพรรดิทรงเป็นประมุข แต่พระจักรพรรดิทรงไม่มีพระราชอำนาจในการบริหารประเทศ แต่จะทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด โดยพระจักรพรรดิได้มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญของญี่ปุ่นว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งรัฐและความสามัคคีของชนในรัฐ อำนาจการปกครองส่วนใหญ่ตกอยู่กับนายกรัฐมนตรีและสมาชิกอื่น ๆ ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ส่วนอำนาจอธิปไตยนั้นเป็นของชาวญี่ปุ่น พระจักรพรรดิทรงทำหน้าที่เป็นประมุขแห่งรัฐในพิธีการทางการทูต สมเด็จพระจักรพรรดิองค์ปัจจุบันคือพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ ส่วนรัชทายาทคือมกุฎราชกุมารนะรุฮิโตะ
      อาคารสภานิติบัญญัติแห่งญี่ปุ่นในกรุงโตเกียว ศาลสูงสุดของญี่ปุ่นองค์กรนิติบัญญัติของญี่ปุ่น คือ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือที่เรียกว่า "ไดเอ็ต" เป็นระบบสองสภา ประกอบด้วย สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีลักษณะสภาผู้แทนซึ่งเป็นสภาล่าง จะมีสมาชิก 418 คน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี และมนตรีสภา เป็นสภาสูง มีสมาชิก 242 คนมีวาระดำรงตำแหน่ง 6 ปี โดยมีการเลือกตั้งสมาชิกมนตรีสภาจำนวนครึ่งหนึ่งสลับกันไปทุก 3 ปี สมาชิกของสภาทั้งสองมาจากการเลือกตั้งทั่วประเทศ ส่วนผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้นั้นต้องมีอายุ 20 บริบูรณ์เป็นต้นไป พรรคเสรีประชาธิปไตยเป็นพรรครัฐบาลมาโดยตลอดตั้งแต่ก่อตั้งพรรคใน พ.ศ. 2498 จนในปี พ.ศ. 2552 พรรคประชาธิปไตยญี่ปุ่นได้ชนะการเลือกตั้ง จึงทำให้พรรคเสรีประชาธิปไตยเสียตำแหน่งพรรครัฐบาลซึ่งครองมายาวนานกว่า 54 ปี สำหรับอำนาจบริหารนั้น พระจักรพรรดิทรงแต่งตั้งให้นายกรัฐมนตรีจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับเลือกโดยสมาชิกด้วยกันเองให้เป็นหัวหน้ารัฐบาล นายกรัฐมนตรีมีอำนาจแต่งตั้งรัฐมนตรีและให้รัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันคือนายยุกิโอะ ฮะโตะยะมะ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยญี่ปุ่น ระบบกฎหมายของญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลมาจากประวัติศาสตร์จากกฎหมายของจีนและมีพัฒนาการเฉพาะตัวในยุคเอโดะผ่านทางเอกสารต่าง ๆ เช่น ประมวลกฎหมายคุจิกะตะโอะซะดะเมะงากิ ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นพุทธศตวรรษ 2400 เป็นต้นมา ได้มีการวางรากฐานระบบตุลาการศาลในญี่ปุ่นขนานใหญ่โดยใช้ระบบซีวิลลอว์ของยุโรปโดยเฉพาะของฝรั่งเศสและเยอรมนีเป็นต้นแบบ เช่นใน พ.ศ. 2439 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งของตน เรียก "มินโป" โดยมีประมวลกฎหมายแพ่งของเยอรมันเป็นต้นแบบ และคงมีผลใช้บังคับอยู่นับแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จนปัจจุบัน
       กฎหมายสูงสุดของญี่ปุ่น คือ กฎหมายรัฐธรรมนูญ และบรรดากฎหมายแม่บทของญี่ปุ่นมีสภานิติบัญญัติแห่งชาติเป็นผู้ตรา พระจักรพรรดิเป็นผู้ทรงประกาศใช้โดยต้องทรงประทับพระราชลัญจกรถึงจะเป็นการประกาศใช้ ทั้งนี้ โดยนิตินัยแล้วพระจักรพรรดิไม่ทรงมีพระราชอำนาจในการยับยั้งกฎหมาย ส่วนศาลของญี่ปุ่นนั้นแบ่งเป็นสามชั้นจากต่ำขึ้นไป ดังนี้ ศาลชั้นต้น ประกอบด้วย ศาลชั้นต้นทั่วไป ศาลแขวง และศาลครอบครัว, ศาลอุทธรณ์ และศาลสูงสุด ส่วนกฎหมายหลักของญี่ปุ่นเรียกว่า "รปโป" ซึ่งว่ากันไปแล้ว กฎหมายของญี่ปุ่นก็จะมีลักษณะคล้ายๆ กับประเทศไทยเลยก็ว่าได้
 

แนะนำทื่ท่องเที่ยวฮิตของญี่ปุ่น ------->>>>

ภูเขาไฟฟูจิ

 เป็นภูเขาไฟที่ยังคงความสวยงามไม่แปรเปลี่ยน ของญีปุ่น
         อ่านต่อ
คลิก.....

ปราสาทโอซาก้า

  เป็นปราสาทที่มีชื่อเสียงมาก และถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของเกียวโต
       อ่านต่อคลิก......

ตลาดปลาสึคิจิ

  ตลาดปลาที่มีความใหญ่ที่สุดในโลก มีการซื้อขายปลา นานาชนิด
        อ่านต่อคลิก......

โตเกียวดิสนีย์แลนด์

  เป็นสวนสนุกที่เด็กๆ ใฝ่ฝันที่อยากจะไป ซึ่งจะมีตัวการ์ตูนมากมาย
       อ่านต่อคลิก......

วัดอังคะคุจิ

   เป็นวัดที่ปฏิบัติธรรมของ พระอิคคิวซัง อันชาญฉลาด เลื่องชื่อ
         อ่านต่อคลิก......

วัดคิโยมิซึ

  วัดที่ได้ยอมรับว่าเป็น สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยุคใหม่ ของญี่ปุ่น
        อ่านต่อคลิก.....

วัดอาซากุซ่า

 เป็นวัดที่ประดิษฐาน เทวรูปที่งดงาม และมีจุดเด่นที่โคมไฟยักษ์
         อ่านต่อคลิก......

ชินจูกุ

  แหล่งช๊อปปิ้งของวัยรุ่น ซึ่งจะตั้งอยู่ใจกลางของกรุงโตเกียว
        อ่านต่อคลิก.....

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติโตเกียว

  พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงศิลปะและวัตถุต่างๆ ของญี่ปุ่น
         อ่านต่อคลิก......

สวนสาธารณะอุเอะโนะ

 เป็นสวนสาธารณะที่มีความสวยงามของดอกซากุระ ในฤดูใบไม้ผลิ
         อ่านต่อคลิก....

รีวิวสถานที่ท่องเที่ยวทั้งหมด....

 

เรื่องน่ารู้ที่ญี่ปุ่น






 
 

ทัวร์ญี่ปุ่น

Copyright by ทัวร์ญี่ปุ่น.com